สถิติฟอรั่ม ช่วยเหลือ
  • 3635เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ธรรมะสอนใจ คำเทศน์ของพระปัจเจกพุทธเจ้า (พระองค์หนึ่ง)

ไดเร็กชั่น

- ความดีของพวกเธอ คือ พรอันประเสริฐ สุนทรแล้ว

- ทุกคนทรงได้ในฌาน ตั้งใจอธิษฐานกุศลให้แก่ผู้ปกครองบ้านเมือง ผู้ที่รักษาชาติ ผู้ที่ช่วยชาติ ตลอดจนบรรพบุรุษ

- ความดี คือ การกระทำ ที่ถูกต้องตามธรรม (ธรรม หรือ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ) ฉะนั้น เรียกความดีว่า การกระทำที่เป็นคุณ อานิสงค์ของการทำความดี มีมากสุดที่จะพรรณาได้ ความดีแบ่งออกได้เป็น 3 อย่าง คือ
   ๑. ความดีทางกาย
   ๒. ความดีทางวาจา
   ๓. ความดีทางใจ

- อานิสงค์ที่จะรับความดีได้มากที่สุด คือ อานิสงค์กระทำความดีทางใจ ถ้าทำได้ทั้ง ๓ ทางจะดีมาก ความดีทางกาย คือ การกระทำในบุญ เช่นสร้างพระ ถวายของพระ การกระทำความดีทางวาจา คือ ชอบพูด พูดปรัชญา พูดเตือน การพูดต้องประสงค์ให้ผู้ฟังได้เกิดผล เป็นความดีออกมา ความดีด้วยใจ คือ เจตนาจะกระทำความดี คิดสร้างพระ เป็นต้น รวมแล้วความดีนี้ควรทำทั้ง 3 ทาง

- อันที่ 1 ความดีทางกาย มีอานิสงค์ทดแทนเราทางร่างกายเช่นเดียวกันมีอานิสงค์อย่างน้อย 5 ชาติ อย่างมาก 1 กัป ทำความดีด้วยวาจาอานิสงค์อย่างน้อย 3 ชาติ อย่างมาก 1 ใน 3 ของกัป ทำความดีที่ใจ อานิสงค์ 6ชาติ อย่างมาก 1 กัป กับอีก 1 ส่วน 2 ถ้าทำความดีพร้อมกันทั้ง 3 อย่างก็ได้ถึง 10 มหากัป เป็นอย่างยิ่ง

- บุญเราทำด้วยพลังแค่ไหน อานิสงค์ทุกชาติก็ขึ้นอยู่กับกรรมตัดรอน คือบุญมีอยู่ แต่กำลังอ่อน เจ้ากรรมนายเวรนั้น คือผู้ที่เคยได้รับทุกข์เพราะเราและยังฝังใจที่จะสนองเราส่วนการกระทำที่เราก่อโดยไม่มีผู้สนอง เช่น ด่าพระ ข้ามเศียรพระ เช่นนี้ผู้คุ้มครองเค้าสนองกรรม เหมือนกระทำของปลอมออกมาใช้ แล้วตำรวจจับแต่ถ้าเจ้ากรรมนายเวรเขามาเกิดแล้ว ส่วนก็ยังคงอยู่ คนทำบุญมากก็พ้นเหมือนกับเธอทำงานให้นายจ้าง แล้วทำของเขาเสียหายแต่เธอเป็นผูทำงานเก่งก็พ้นไป

- ศีล เป็นทางนำใจคนให้ปฏิบัติในสิ่งที่ถูก คือ ความดี สมาธิเป็นสิ่งที่ก่อให้ทุกคนชำระจิตใจออกจากกิเลส ตัณหา อุปาทานหัดใจให้เป็นสามัญสำนึก ปัญญา เป็นแสงสว่างชี้ทางที่ควรจะดำเนิน

- ศีล มีองค์ควบคุม คือ เมตตา กรุณา สมาธิ มีองค์ควบคุม มี มุทิตา อุเบกขา ปัญญา มีองค์ควบคุม คือ อริยสัจ 4

- เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราก็จะรู้ถึงแผนความชั่วเมื่อประจักแล้วก็เจริญวิธีอันทำให้จิตสงบ คือ วิปัสสนาญาณ เมื่อจิตสงบแล้วเราจงใช้อิทธิบาท 4 มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ดำเนินไปอย่างสงบ

- คนเราถ้ายืนอยู่ที่สูงก็จะมองเห็นที่ต่ำสะดวกรู้เห็นแล้วก็วางแผนได้คิดกันให้พอ คนๆหนึ่งเดินอยู่ริมแม่น้ำเขามองไปในน้ำแล้วรำพึงกับตัวเองว่า สัจจะทำให้เป็นสุข หมายความได้อย่างไร รู้ไหม

- สัจจะ คือความจริง ความจริงคือธรรมะ หรือ ธรรมดา หรือธรรมชาติฉะนั้น คนเขายืนอยู่ริมน้ำ เขามองว่าน้ำ มันเป็นเงา เห็นได้ สะท้อนได้เห็นซึ่งตัวตนของเขา ว่าเขาเป็นคน ฉะนั้น น้ำเป็นธรรมชาติที่ต้องเหลวมีประโยชน์ มีความธรรมดา คือให้ความเห็น คือเห็นรูปได้แก่เรา

- น้ำนั้นให้ความจริง เห็นรูปร่างทั้งส่วนดีและไม่ดีแต่เขารำพึงว่าสัจจะทำให้สุข คือใจของคนถ้ารู้จักมอง รู้จักสะท้อนดูรูปร่างส่วนดี ส่วนเสียของคนแล้วรู้คิดให้เป็นธรรมดายอมรับนิสัยสันดานของคนว่าเป็นธรรมชาติของคน รู้จักกรรมดีกรรมชั่วว่าเป็นธรรม นั่นเป็นความรู้ เกิดปัญญาแตกฉาน เข้าใจ และคิดออกเขาจึงเป็นสุข

ที่มา : http://www.inwza.com/2012/08/blog-post_10.html
แบ่งปัน แบ่งปัน Tweet
กล่องตอบกลับด่วน

เหลือ255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป