ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับหมู่บ้านมิติที่ ๑มิติที่ ๒มิติที่ ๓มิติที่ ๔มิติที่ ๕มิติที่ ๖มิติที่ ๗วิสัยทัศน์เซ็นเยี่ยม ชาวบ้านโพธิ์น้อย-โพธิ์ศรีสวัสดิ์  ยินดีต้อนรับทุกท่าน

มิติที่ 2  ด้านสังคม

      บ้านโพธิ์น้อย หมู่ที่ 6 ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการ
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนบ้านโพธิ์น้อย ทำให้บ้านโพธิ์น้อยเป็นหมู่บ้านที่เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ในทุกด้าน จะเห็นได้จากการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2549
บ้านโพธิ์น้อย หมู่ที่ 6 บรรลุเกณฑ์ จปฐ.จำนวน 36 ตัวชี้วัด (จาก 37  ตัวชี้วัด มีเพียงข้อ 23 ที่ไม่มีข้อมูล)

การจัดรูปแบบกิจกรรมเพื่อสังคมของบ้านโพธิ์น้อย โดยศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
      1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
         - ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ เช่น ความต้องการ ความสนใจ ลักษณะการเรียน จุดเด่น ข้อจำกัดของผู้เรียน และศึกษาบริบทชุมชน
         - ศึกษาและวิเคราะห์ หลักสูตร เนื้อหาสาระและสื่อ
         - ศึกษาและประสานแหล่งความรู้ที่หลากหลาย จัดทำทะเบียนไว้เป็นข้อมูล อำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน
         - วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยวางแผนการเรียนรู้ตลอดภาคเรียน การพบกลุ่ม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การทดสอบย่อย การทำโครงงาน แผนการสอนของครู แผนการพบกลุ่ม และการวัดผลประเมินผล
         - จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ สื่อ วัสดุในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เพียงพอ เอกสาร หนังสือ หรือข้อมูลต่าง ๆ

      2. การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
         เป็นการจักการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะในการ
ประกอบอาชีพของบุคคลและกลุ่มบุคคล เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน มีการจัด 4 แนวทาง คือ
         1. การฝึกทักษะอาชีพ เป็นการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นสายอาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ให้มีความรู้และทักษะพื้นฐานในอาชีพ เช่น พิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์ ฯลฯ
         2. การเข้าสู่อาชีพ เป็นการพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้สามารถ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาตนเองเพื่อเข้าสู่อาชีพ เช่น การเลี้ยงผึ้งเชิงค้าขาย การเพาะเลี้ยงปลา ฯลฯ

        3. กลุ่มพัฒนาอาชีพ เป็นการส่งเสริมความรู้และประสบการณ์แก่กลุ่มผู้ที่มีอาชีพประเภทเดียวกัน ให้สามารถพัฒนาปริมาณและคุณภาพผลผลิตเข้าสู่การจำหน่ายมีรายได้ยิ่งขึ้น เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยกระบวนการกลุ่ม เช่น การผลิตของใช้ในครัวเรือน การทำน้ำยาล้างจาน การทำน้ำยาปรับผ้านุ่ม ฯลฯ
         4. การพัฒนาด้วยเทคโนโลยี เป็นการให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาอาชีพและศักยภาพแก่ตนเองและกลุ่ม เช่น มีทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน นักเรียน มาใช้บริการคอมพิวเตอร์และพิมพ์ดีด

      3. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานของบุคคลเพื่อให้สามารถดำรง
ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเน้นพัฒนาทักษะชีวิตพื้นฐานที่จำเป็น 4 ด้าน คือ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น การเข้าค่ายโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ งานบุญประจำปี ประเพณีต่าง ๆ ฯลฯ

      4. การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถและศักยภาพของคนใน
ชุมชน รวมทั้งกลไกลทุกภาคส่วนในชุมชนให้ร่วมกันรับผิดชอบและเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูพัมนาสังคมและชุมชนของตนเอง โดยหน่วยงานสถานศึกษานอกโรงเรียนต้องให้ความสำคัญต่อการใช้กระบวนการทางการศึกษาส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน เกิดการเรียนรู้และบูรณาการความรู้ ประสบการณ์และทักษะอาชีพเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและชุมชนโดยรวม และเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามนโยบายดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชนใน 5 ด้าน ซึ่งมีจุดเน้นของแต่ละด้าน ดังนี้
         1. ด้านเศรษฐกิจ - กิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง เช่น การอบรมวิชาชีพ
         2. ด้านการเมือง - กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในวิถีชีวิต เช่น จัดนิทรรศการ เข้าค่ายอบรม
         3. ด้านสังคม - กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ เช่น การจัดกิจกรรมวันเด็ก ธรรมสัญจร การทำบุญ การปฏิบัติธรรม
         4. ด้านสิ่งแวดล้อม - กิจกรรมรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่า การทำความสะอาดวัด หมู่บ้าน ชุมชน โรงเรียน
         5. ด้านศิลปวัฒนธรรม - กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เช่น ประเพณีรดน้ำดำหัว งานบุญประจำปี ประกวดสรภัญญะ งานบุญพิธีตาม ฮีต 12 ครอง 14 ของโบราณไทยอีสาน